WPA3 มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับ Wi-Fi เวอร์ชั่นใหม่ เตรียมประกาศใช้งานแล้ว

Wi-Fi Alliance กลุ่มอุตสาหกรรมที่รวมตัวกันเพื่อกำหนดมาตรฐานของความปลอดภัย Wi-Fi ซึ่งมีสมาชิก อาทิเช่น Apple, Samsung และ Intel เปิดตัวโปรโตคอลใหม่ “WPA3” ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก WPA2 มาพร้อมกับกับระบบเข้ารหัสข้อมูลที่เข้มงวดกว่าเดิม 

WPA3 มาพร้อมกับระบบป้องกันการเดารหัสผ่านผู้ใช้ (Brute-force) โดย WPA3 จะบล็อกผู้ใช้งานที่พยายามสุ่มรหัสผ่านเข้ามาหลายครั้งจนผิดสังเกต รวมถึงปกป้องความปลอดภัยในการส่งผ่านข้อมูล และการเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ต่างๆ (Internet of Things) โดย Kevin Robinson ประธานด้านการตลาดของ Wi-Fi Alliance ระบุว่าจะได้เห็น WPA3 ในการใช้งานจริงในต้นปี 2018 นี้

ซึ่งการปกป้องเครือข่าย Wi-Fi ให้ปลอดภัยจะช่วยลดหนทางที่แฮกเกอร์จะได้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์และรหัสผ่านที่กรอกไว้กับเบราว์เซอร์ นี่เป็นเหตุผลที่แฮกเกอร์นิยมมุ่งเป้าหมายการโจมตีไปที่โรงแรมและฮอตสปอตสำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้บริการ Wi-Fi สาธารณะ ซึ่ง Wi-Fi Alliance หวังว่า WPA3 จะสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยมากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนให้กับการตั้งค่าระบบเครือข่าย

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนการดีไซน์เครือข่าย Wi-Fi เพื่อให้การเชื่อมต่อเสถียรยิ่งขึ้น และมีการเข้ารหัสข้อมูลให้กับ Wi-Fi สาธารณะทั้งหมด โดยจะสร้างช่องทางส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถดักฟังได้ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้ระดับความปลอดภัยของ Wi-Fi สาธารณะใกล้เคียงกับ Wi-Fi ในบ้าน

ที่มา : www.cnet.com

Intel พร้อมเปิดตัวชิปเซต Wi-Fi มาตรฐานใหม่ 802.11ax ในปีนี้

อินเทลประกาศว่าจะสามารถเปิดตัวชิปเซต Wi-Fi รุ่นใหม่ “802.11ax” ได้ภายในปีนี้ ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถในการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และการกระจายสัญญาณที่ดีกว่าเดิมเมื่อเมื่อมีอุปกรณ์จำนวนมากเชื่อมต่อในเครือข่าย Hotspots อยู่

 

แต่แม้ว่าอินเทลจะระบุว่าพร้อมส่งมอบชิปดังกล่าวสำหรับ Router และอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ได้ในปีนี้ แต่คงใช้เวลาอีกระยะกว่าที่คนส่วนใหญ่จะได้สัมผัสอินเทอร์เน็ตบนมาตรฐาน Wi-Fi เวอร์ชั่นใหม่นี้

โดยกลุ่ม Wi-Fi Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่รวมตัวกันเพื่อกำหนดมาตรฐานของ Wi-Fi ระบุกับ The Verge ว่าไม่ได้คาดหวังการเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐาน Wi-Fi ใหม่จนกว่าจะถึงปี 2019 สาเหตุก็เพราะการออกใบรับรองสินค้าจะยังไม่เริ่มต้นจนกว่าจะถึงปีหน้า

แม้ว่าบริษัทต่างๆ จะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้มาตรฐาน Wi-Fi ใหม่นี้ได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอใบรับรอง (เช่นกรณีของ Asus ที่ออก Router ภายใต้มาตรฐานใหม่แล้ว) แต่บริษัทส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะรอจนกว่ามาตรฐานใหม่จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน การออกใบรับรองจะช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ Wi-Fi ทุกชนิดจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างที่ควรจะเป็น และกลุ่ม Wi-Fi Alliance ก็ระบุว่าใบรับรองนี้เองจะเป็นจุดตั้งต้นยุคใหม่ของ Wi-Fi ตัวอย่างเช่น การอัพเดทมาตรฐานของ Wi-Fi ครั้งล่าสุด คือ มาตรฐาน 802.11ac ซึ่งมีการออกใบรับรองเมื่อเดือนมิถุนายน 2016 และ Linksys ก็เริ่มส่งมอบ Router ด้วยมาตรฐานใหม่นี้ในเดือนถัดมา และปัจจุบันมาตรฐานนี้กลายเป็นเรื่องสามัญสำหรับ Router ระดับสูงไปแล้ว

แต่อินเทลก็ไม่ใช่ผู้ผลิตเจ้าแรกที่มาถึงจุดนี้ เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 Qualcomm ก็ได้ประกาศถึงการผลิตชิปด้วยมาตรฐาน 802.11ax ได้มาแล้ว และเมื่อชิป Wi-Fi ของอินเทลได้ถูกนำไปใช้กับ Router ยี่ห้อ Arris ซึ่งก็ถูกใช้โดยบริษัท Comcast อีกทีหนึ่ง ทำให้มันได้รับความนิยมมากขึ้น The Verge ชี้ว่า Intel ไม่ใช่ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้เหมือนกับผู้ผลิตชิปรายอื่น ดังนั้นการประกาศในครั้งนี้อาจไม่ได้นำไปสู่การเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้

และแม้ใบรับรองของมาตรฐานใหม่จะมาถึงในปีหน้า แต่กว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้มาตรฐานนี้ออกสู่ท้องตลาดก็คงใช้เวลาอีกหลายเดือน แม้ว่าเราอาจจะเปลี่ยน Router เพื่อรองรับมาตรฐานใหม่นี้ได้ แต่ชิปดังกล่าวก็ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า กว่าจะลงไปสู่อุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กลง อาทิ แล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นกว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านจริงๆ ก็คือเมื่อมีการซื้อโทรศัพท์มือถือหรือแล็ปท็อปใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานาน 2-3 ปีเลยทีเดียว

ที่มา : www.theverge.com , itpeernetwork.intel.com

 

Windows 10 เวอร์ชั่นหินแดง 4 ที่จะปล่อยในปีหน้า มีอะไรใหม่ไปดูกัน

หลังจากที่ Microsoft ได้ปล่อยตัว Windows 10 Fall Creators (Redstone 3) ออกมาให้ผู้ใช้งานได้อัพเดตกันช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนน่าจะได้อัพเดตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางคนก็ใช้เวลาแป๊บเดียว บ้างก็ใช้เวลานาน แตกต่างกันไป แต่สำหรับผู้เขียนนั้นใช้เวลาอัพเดตไปประมาณ 3 ชม. (รวมทุกขั้นตอน) ก็ทำให้แอบเซ็งเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามมันก็มีฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้เลือกเล่นเยอะเลยถือว่าคุ้มกับที่อดทนรอ

เอาล่ะ อธิบายกันมาเยอะแล้ว สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง Windows 10 Redstone 4 ที่มีกำหนดเปิดให้อัพเดตกันช่วงราวๆ เดือนมีนาคม – พฤษภาคมปีหน้า กับชื่อที่ไม่เป็นทางการ Windows 10 Redstone 4 โดยทาง Microsoft จะเพิ่มฟังก์ชั่นหรือฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์เราอีกบ้าง เราลองมาดูกันดีกว่า


Windows Shell

เชื่อว่าหลายคนอาจไม่รู้จัก Windows Shell มันก็คือ ส่วนของกราฟฟิคแสดงผลบนหน้าตาการใช้งาน (Graphical user interface) ที่เราเห็นกันทุกๆ วันนั่นแหละ ซึ่งในการอัพเดตครั้งหน้า (Redstone 4) จะมีการปรับเปลี่ยนหลักๆ ในส่วนของ Start menu, ระบบแจ้งเตือน Action Center, ภาพหน้าจอ Lock Screen และแถบ Taskbar โดยบางส่วนก็จะนำ Fluent Design reveal effects ที่เราเห็นกันใน Fall Creators (Redstone 3) มาใช้กับบางส่วนอีกด้วย

 

 

วีดีโอแสดงการทำงานของฟีเจอร์ Fluent Design Reveal Effect บน “Windows 10 Fall Creators”

  • ปรับเปลี่ยนเอฟเฟคของ Fluent Design Reveal ให้ดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น
  • Start menu ในส่วนของ tiles และ apps list จะใช้เอฟเฟคของ Fluent Design Reveal
  • เลือกเปลี่ยนสีตัวอักษรต่างๆ ใน Action Center เช่น clear all, expand, collapse และ see more ได้ตามต้องการ
  • ใช้สองนิ้วปัดไปด้านข้าง เพื่อลบข้อความแจ้งเตือน (Notifications) บน Action Center
  • ภาพหน้าจอ Lock Screen จะเปลี่ยนตามบัญชีผู้ใช้งาน
  • ปฏิทินสามารถเลือนออกมาจากแถบ Taskbar ด้วยฟีเจอร์ Reveal Effect
  • รายชื่อผู้ติดต่อที่เราปักหมุดไว้บนแถบ Taskbar จะแสดงแอพที่สามารถเปิดใช้งานได้

Cortana

Cortana หรือ AI (Artificial intelligence) ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ ที่มีอยู่บน Windows 10 ทุกเครื่อง จะเพิ่มฟีเจอร์เข้ามาใหม่ ในส่วนการรวบรวมและนำเสนอคอนเทนท์ที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้

  • Cortana จะคอยรวบรวมคอนเทนท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้ใช้ แล้วนำไปใส่ไว้ใน Collections App และแสดงให้เห็น เมื่อเราเรียกใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ Microsoft Edge
  • เนื้อหาคอนเทนท์ต่างๆ จาก Cortana จะเสนอผ่านทาง Action Center

Settings

Settings หรือเมนูการตั้งค่าส่วนต่างๆ ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ ก็จะถูกปรับเปลี่ยนในส่วนของ Startup apps (ตั้งค่าการใช้งานโปรแกรมเมื่อเปิด Windows) และ Ease of Access อีกทั้งยังได้เพิ่ม Colorwheel ให้ผู้ใช้งานได้ปรับแต่งได้อย่างอิสระอีกด้วย

  • เลือก เปิด – ปิด โปรแกรมและแอพพลิเคชั่นเมื่อเริ่มระบบปฏิบัติการ Windows (Startup apps) ได้ในเมนู Settings (จากปกติที่ต้องปรับใน Task Manager เพียงอย่างเดียว)
  • เพิ่มวงล้อสี (Colorwheel) ให้ผู้ใช้ได้เลือกปรับสีในส่วนของ Ease of Access
  • มีวงล้อสี (Colorwheel) ให้ผู้ใช้ปรับแต่งใกล้ๆ กับ Ease of Access
  • จัดหมวดหมู่ใหม่ใน Ease of Access ให้เหมาะสมและเรียกใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นหลักๆ ที่กล่าวถึงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทาง Microsoft จะอัพเดตมาพร้อมกับ Windows 10 Redstone 4 เท่านั้น ยังไม่รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ และรายละเอียดแก้ไขปัญหาระบบนะ คาดว่าน่าจะมีการเพิ่มฟีเจอร์เข้ามาอีกเยอะเลย อย่างไรคงต้องติดตามข่าวคราวกันอีกทีนะครับ

ที่มา : www.windowscentral.com

YoloBox อุปกรณ์ที่จะทำให้เราไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านกล้องดิจิตอลได้เกือบทุกรุ่น

YoloLiv สตาร์ทอัพรายหนึ่งในลาสเวกัส ได้เปิดตัว YoloBox อุปกรณ์ที่จะมาทำให้บรรดากล้องดิจิตอลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้อง DSLR, กล้องถ่ายวีดีโอ หรือโดรน สามารถทำการไลฟ์สตรีมมิ่งได้

YoloBox นั้นถูกออกแบบมาให้มีจอภาพที่ใช้แสดงผล และสามารถควบคุมการสตรีมมิ่งได้โดยตรง ผ่านระบบปฏิบัติการ Yolo OS โดยการเชื่อมต่อกับกล้อง ผ่านสาย HDMI หรือจะสตรีมมิ่งแบบไร้สายผ่านกล้องที่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ อย่างเช่น โกโปร เป็นต้น โดยแพลตฟอร์มที่รองรับก็จะมีมากมาย ทั้ง Facebook, YouTube หรือ Periscope

 

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถสตรีมไปยังหลายแพลตฟอร์มได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะจำกัดความละเอียดอยู่ที่ 1080p และแม้ว่า YoloBox จะรวมเอาอุปกรณ์หลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน แต่ตัวเครื่องก็มีขนาดที่หนากว่าไอโฟนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องราว 3 ชั่วโมง

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว YoloBox Plus ซึ่งมีฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับกล้องสองตัวในระหว่างการสตรีมได้โดยการเชื่อมต่อ HDMI 2 พอร์ต

ในขณะนี้โปรเจค YoloBox ได้เปิดระดมทุนอยู่ใน Kickstarter มีราคาเริ่มต้นของที่ $359 สำหรับ YoloBox และ $559 สำหรับ YoloBox Plus โปรเจคในขณะนี้มียอดระดมทุนเกินเป้าหมายแล้ว แต่ก็ยังคงเปิดให้สนับสนุนต่อได้ถึงวันที่ 18 ธันวาคม นี้ และจะทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้สนับสนุนราวเดือนมีนาคม ปีหน้า ส่วนราคาขายปลีกหลังจากนั้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ $549

 

 

ที่มา : www.digitaltrends.com , www.kickstarter.com

error: Content is protected !!
PageLines