เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเวลาหนึ่งวันบนโลกเรานั้น เท่ากับ 24 ชั่วโมง และสำหรับใครที่ชอบบ่นว่าเวลาในแต่ละวันนั้นช่างสั้นเหลือเกิน ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรก็หมดวันเสียแล้ว ก็น่าจะรู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องเกิดมาใช้ชีวิตในยุค 1.4 พันล้านปีก่อน เนื่องจากมีรายงานล่าสุดจากทีมวิจัยของ University of Wisconsin ที่เปิดเผยว่า ในโลกยุคดึกดำบรรพ์นั้น เวลาหนึ่งวันบนโลกนั้นสั้นกว่าในปัจจุบันมาก และสาเหตุที่เวลาหนึ่งวันในปัจจุบันนั้นเท่ากับ 24 ชั่วโมง นั่นเพราะอิทธิพลจากดวงจันทร์ที่มีต่อโลกของเรา

***ระยะเวลา 1 วัน คือระยะเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองครบรอบ

โดยผลการวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences อธิบายถึงวิธีการที่ทีมนักวิจัยสามารถหมุนเวลาของโลกย้อนกลับไปในโลกยุคดึกดำบรรพ์เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน โดยแบบจำลองที่สร้างขึ้นทำให้ทีมวิจัยมองเห็นภาพว่าเวลาในแต่ละวันบนโลกในยุคพันล้านปีก่อนมีความยาวนานขนาดไหน ทั้งยังสามารถอธิบายสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก โดยการตรวจสอบจากหินยุคโบราณอีกด้วย

ด้วยความที่ ดวงจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไปจากโลกของเราทีละน้อยๆ โดยประมาณแล้วมันเคลื่อนห่างจากโลกของเราประมาณ 4 ซม. ต่อปี และการที่มันเคลื่อนห่างออกไป ก็ทำให้โลกของเราหมุนช้าลง ทำให้เวลาในหนึ่งวันของโลกมีแนวโน้มที่จะยาวนานขึ้นเรื่อยๆ และถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 1.4 พันล้านปีก่อน ในยุคที่ดวงจันทร์ยังอยู่ใกล้กับโลกมากกว่านี้ ในตอนนั้นเวลาหนึ่งวันของโลกมีระยะเวลาเพียง 18 ชั่วโมงเท่านั้น

คุณ Stephen Meyers ซึ่งเป็นศาสตราจารย์แห่ง University of Wisconsin กล่าวว่า “เมื่อดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนห่างออกไป โลกเราก็คล้ายกับนักสเก็ตน้ำแข็งที่ชลอความเร็วของการหมุนรอบตัวเองลง โดยการยืดแขนทั้ง 2 ข้างออก แต่นี้ก็เป็นรายละเอียดเพียงเล็กน้อยในความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับดวงจันทร์”

นอกจากนี้ทีมนักวิจัยยังกล่าวเสริมอีกว่า ถ้าเราย้อนเวลากลับไปเมื่อ 1.5 พันล้านปีก่อน ดวงจันทร์นั้นอยู่ใกล้โลกในระยะที่แรงดึงดูดจากโลก สามารถทำลายดวงจันทร์ได้เลย แต่ด้วยความเป็นจริงที่ว่า ดวงจันทร์นั้นมีอายุยาวนานกว่า 4 พันล้านปี และดวงจันทร์ก็ไม่ได้ถูกโลกทำลายลงไปแต่อย่างใด ทำให้ดูเหมือนว่าจะมีข้อมูลสำคัญบางอย่างขาดหายไปในเรื่องนี้

ทำให้คุณ Stephen Meyers ต้องร่วมทีมกับคุณ Alberto Malinverno จาก Columbia University เพื่อทำให้ภาพรวมเกี่ยวกับปริศนาของดวงจันทร์มีความสมบูรณ์ขึ้นมา โดยพวกเขาได้นำความรู้จากศาสตร์หลายแขนง อาทิ ทฤษฎีดาราศาสตร์ ข้อมูลทางธรณีวิทยา และวิธีทางสถิติที่ซับซ้อน เพื่อสร้างเครื่องมือที่ทำให้ทีมสามารถคลี่คลายปมปริศนา ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับดวงจันทร์ และเมื่อทำการศึกษาตัวอย่างหินโบราณด้วยเครื่องมือใหม่นี้ พวกเขาสามารถตรจวสอบรายละเอียดในชั้นหินเก่าได้อย่างแม่นยำ โดยได้นำเทคนิคนี้ไปใช้ในการตรวจสอบชั้นหินที่มีอายุเก่าแก่ถึง 1.4 พันล้านปีในประเทศจีน เพื่อที่จะรู้ให้ได้ว่าในช่วงเวลานั้น ระยะเวลาหนึ่งวันบนโลกนั้นยาวนานกี่ชั่วโมง รวมถึงระยะห่างที่แท้จริงระหว่างโลกกับดวงจันทร์ด้วย

ที่มา : bgr.com

Categories: News